ศึกษาต่อเนื่อง
การศึกษาต่อเนื่อง
โครงการมอบใบประกาศนียบัตรสมาชิกทรงคุณวุฒิ ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย (Masterly Fellow of The Royal College of Physicians of Thailand PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน 2018 เวลา 09:20 น.
new logo RCPT - Copy copy      

     ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ ตระหนักถึงภารกิจสำคัญยิ่งอย่างหนึ่งคือการส่งเสริมและพัฒนาให้สมาชิกทุกท่านของราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ แสวงหาความรู้ พัฒนาตนเอง และพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่องภายหลังการจบการฝึกอบรม และได้รับวุฒิบัตรแล้ว คณะกรรมการบริหารราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ จึงมีมติให้จัดตั้งโครงการมอบประกาศนียบัตรเพื่อแสดงเกียรติคุณสำหรับสมาชิกราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ ที่มีความมุ่งมั่นในการแสวงหาความรู้ พัฒนาตนเอง และพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง อายุรแพทย์ที่สนใจ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 11 ธันวาคม 2018 เวลา 10:41 น.
อ่านเพิ่มเติม...
 
การศึกษาต่อเนื่อง (CME) คืออะไร PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันจันทร์ที่ 28 สิงหาคม 2017 เวลา 15:03 น.
CCME การศึกษาต่อเนื่อง (CME) คืออะไร  สามารถหาคำตอบได้จากวีดีโอนี้ คลิกเพื่อรับชม

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 28 สิงหาคม 2017 เวลา 15:26 น.
 
STEMI – What’s new? : นพ.สุพจน์ ศรีมหาโชตะ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2013 เวลา 13:42 น.

การให้การวินิจฉัยที่ถูกต้องรวดเร็ว จำเป็นต้องมีการดูแลผู้ป่วยที่เป็นระบบ มีการจัดตัง้ fast track for STEMIขึ้น ในแต่ละโรงพยาบาล สามารถทำ EKG ได้ภายใน 10 นาทีเมื่อผู้ป่วยเหล่านีม้ าด้วยอาการเจ็บหน้าอกเฉียบพลันและการวินิจฉัยต้องเกิดขึน้ ได้ภายใน 20 นาที เพื่อพร้อมที่ให้การรักษาต่อไป ปัญหาส่วนหนึ่งในปัจจุบันคือ การวินิจฉัยในกรณีที่ อาการที่ไม่ชัดเจน หรือEKG ไม่ชัดเจน การมีระบบ network เพื่อขอรับคำปรึกษาเป็นสิ่งที่จำเป็นหลายๆ รพ.เริ่มใช้ระบบการปรึกษาผู้ป่วยผ่านทาง social network ซึ่งน่าจะเป็นช่องทางที่ทำได้ดีและรวดเร็วในปัจจุบัน

แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2013 เวลา 13:59 น.
อ่านเพิ่มเติม...
 
ภาวะโลหิตจางในผู้สูงอายุ : ศ.นพ.ธานินทร์ อินทรกำธรชัย PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Admin (CME)   
วันพุธที่ 16 ตุลาคม 2013 เวลา 09:46 น.

ภาวะโลหิตจางได้แก่ ภาวะที่ระดับฮีโมโกลบิน < 13 กรัม/ดล ในชาย และ < 12 กรัม/ดล ในหญิง ด้วยคำจำกัดความดังกล่าว อุบัติการณ์ของภาวะโลหิตจางในประชากรที่อายุ > 65 ปี เฉลี่ยเท่ากับ 10%1โดยจะแปรผันตามอายุที่สูงขึ้น ผู้ที่มีอายุ > 85 ปีจะมีอุบัติการณ์ของภาวะโลหิตจาง สูงถึงร้อยละ 20-301 ผู้สูงอายุที่อยู่ในสถานพยาบาลจะพบมีอุบัติการณ์ของโลหิตจางสูงกว่าผุ้อาศัยอยู่ในชุมชน มีรายงานการศึกษาพบว่าภาวะโลหิตจางในผู้สูงอายุมีความสัมพันธ์โดยตรงกับการเกิดmorbidity เช่น หกล้ม, การรับรู้, คุณภาพชีวิต รวมทั้ง mortality ที่จะเกิดตามมา

แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 16 ตุลาคม 2013 เวลา 10:12 น.
อ่านเพิ่มเติม...
 
คำแนะนำและข้อบ่งชี้การใช้ยานอกญชียาหลักแห่งชาติที่มีราคาแพง กลุ่ม COX-2 Inhibitors : พอ.หญิง รศ. ไพจิตต์ อัศวธนบดี PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Admin (CME)   
วันพุธที่ 16 ตุลาคม 2013 เวลา 09:27 น.

ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (non-steroidal anti-inflammatory drugs, NSAIDs) เป็นยาที่ใช้ลดไข้ บรรเทาปวด และต้านการอักเสบซึ่งใช้กันอย่างแพร่หลาย แบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่ม non-selective NSAIDs (ns-NSAIDs) ซึ่งออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ cycloxygenase (COX) ทั้ง COX-1 และ COX-2; และกลุ่ม coxibs หรือ COX-2 inhibitors ซึ่งยับยั้งเอนไซม์  COX-2 เด่นกว่า เนื่องจากกลุ่ม COX-2 inhibitors ออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของ COX-1 น้อย จึงเกิดผลข้างเคียงในระบบทางเดินอาหารน้อยกว่า แต่ทำให้เกิดผลเสียต่อระบบหลอดเลือดของหัวใจและสมองตามมา นอกจากนี้ยากลุ่มนี้ยังมีราคาสูงกว่ากลุ่ม ns-NSAIDs ดังนั้นก่อนใช้ยา NSAIDs ไม่ว่ากลุ่มใดจะต้องทราบถึงประสิทธิผลและความปลอดภัยของยาทั้ง 2 กลุ่มนี้ เพื่อที่จะได้เลือกใช้ยาให้เกิดประโยชน์และเหมาะสม มีความคุ้มค่า และความปลอดภัยสูงสุดต่อผู้ป่วย

แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 16 ตุลาคม 2013 เวลา 09:45 น.
อ่านเพิ่มเติม...
 
Classical Heat Stroke : นพ.วิชัย ประยูรวิวัฒน์ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Admin (CME)   
วันอังคารที่ 08 ตุลาคม 2013 เวลา 11:45 น.

ภาวะตัวร้อนเกิน (hyperthermia) คือ อุณหภูมิกาย core temperature สูงกว่าปกติซึ่งควรมีค่าอยู่ระหว่าง 36.0oC ถึง 37.5oC เนื่องจากการควบคุมอุณหภูมิ (thermoregulation) ล้มเหลว ไม่เรียกภาวะ hyperthermia ว่ามีไข้ที่พบบ่อยกว่ามีสาเหตุมาจาก cytokine ที่มาจากภาวะติดเชื้อหรือภาวะอักเสบต่างๆและถูกควบคุมในระดับ hypothalamus หาก core temperature สูงมากกว่า 40oC เรียกว่า heat stroke ซึ่งจะมีปัญหาระบบประสาทส่วนกลางทำงานผิดปกติเมื่อต้องอยู่ในที่ที่มีอากาศร้อนแล้วร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนออกได้ตามปกติ1 มักจะมี acute respiratory distress syndrome (ARDS), disseminated intravascular coagulation (DIC), acute kidney injury, hepatic failure, hypoglycemia, rhabdomyolysis, และ seizures เป็นต้น ในที่นี้จะกล่าวถึงเฉพาะ classical heat stroke หรือ nonexertional heat stroke

แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 08 ตุลาคม 2013 เวลา 11:53 น.
อ่านเพิ่มเติม...
 
New Era in ARDS : อ.นพ. อติคุณ ลิ้มสุคนธ์ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Admin (CME)   
วันอังคารที่ 08 ตุลาคม 2013 เวลา 11:31 น.

Acute respiratory distress syndrome (ARDS) ยังคงเป็นปัญหาที่พบบ่อยในเวชปฏิบัติทั่วไปและยังคงเป็นภาวะที่มีอัตราการเสียชีวิตที่ค่อนข้างสูงแม้ว่าจะลดลงจากอดีต จาก systematic review โดย Phua1 และคณะพบว่าช่วงระหว่าง ค.ศ. 1984-2006 นั้น pooled mortality ของ ARDS อยู่ที่ 44.3% แม้ว่าจะมีแนวโน้มลดลงในช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1984-1994 แต่หลังจากปี ค.ศ. 1994 ซึ่งมีการใช้คำจำกัดความของ ARDS ตาม American-European Concensus Conference (AECC) อย่างแพร่หลายกลับไม่พบแนวโน้มที่ลดลงโดย pooled mortality อยู่ที่ 44.0% สำหรับ observational studies และ 36.2% สำหรับ RCTs นอกจากนี้อีกปัจจัยที่เป็นตัวพยากรณ์อัตราการเสียชีวิตที่สำคัญคืออายุที่มากขึ้น โดยทุกๆอายุที่เพิ่มขึ้น 10 ปีจะมี odd ratio ของการเสียชีวิตเท่ากับ 1.27 (95% CI 1.07-1.50, p = 0.006)

แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 08 ตุลาคม 2013 เวลา 11:39 น.
อ่านเพิ่มเติม...
 
Clinical Drug use in Epilepsy : พญ.ศศิวิมล โฆษชุณหนัน PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Admin (CME)   
วันอังคารที่ 08 ตุลาคม 2013 เวลา 11:12 น.

หลักการให้การกันชักในผู้ป่วยโรคลมชักนั้น มีจุดประสงค์เพื่อควบคุมอาการและจำนวนการชักให้ลดลงหรือไม่ให้เกิดอาการชักเลย การให้ยานั้นพิจารณาจากอาการชัก (seizure type) กลุ่มอาการชัก (epilepsy syndrome)ประสิทธิภาพของยา กลไกการออกฤทธิ์ ราคา ผลข้างเคียงของยาและโรคที่ผู้ป่วยเป็นอยู่ โดยพิจารณาให้ยาตัวเดียว(monotherapy)ก่อน หากไม่ได้ผลจึงให้ยาตัวที่สอง และเมื่อเพิ่มขนาดจนสามารถควบคุมอาการชักได้แล้วจึงค่อยๆ พิจารณาถอนยาตัวเดิมออก กรณีที่ต้องใช้ยากันชักมากกว่าสองตัวร่วมกัน (combined therapy) ควรพิจารณายาที่มีกลไกการออกฤทธิ์ที่แตกต่างกันและที่สำคัญควรระวังเรื่องปฎิกิริยา (drug interaction) ของยากันชักกับยาอื่นๆ ที่ผู้ป่วยใช้ร่วมด้วย สิ่งอื่นๆ ที่ควรรู้เพิ่มเติมคือการให้ยา sodium valpoate ในหญิงวัยเจริญพันธ์นั้นควรระลึกถึงโอกาสการเกิดผลแก่ทารกในครรภ์(teratogenic effect) การใช้ยา carbamazepine นั้นพิจารณาชนิดที่เป็น controlled release จะดีกว่า นอกจากนี้การให้ยากันชักบางตัวในอาการชักหรือกลุ่มโรคลมชักบางขนิด ต้องระมัดระวังเช่น การให้ยา carbamazepine และ phenytoin ในกลุ่มโรคลมชักชนิด absence และ myoclonic นั้นจะทำให้เกิดอาการของโรคมากขึ้น การให้ยาlamotrigine จะเพิ่มการชักใน myoclonic ได้

แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 08 ตุลาคม 2013 เวลา 11:30 น.
อ่านเพิ่มเติม...
 
โรคติดเชื้อ Bartonella (Bartonellosis) ในคนที่มีภูมิคุ้มกันปกติ : ศ.นพ.อมร ลีลารัศมี PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Admin (CME)   
วันอังคารที่ 08 ตุลาคม 2013 เวลา 11:02 น.

โรคติดเชื้อ Bartonellosis เกิดจากแบคทีเรีย Bartonella spp.  และจัดเป็น zoonosis หรือ emerging infectious disease อีกชนิดหนึ่ง   เชื้อชนิดนี้ก่อโรคในคนที่มีภูมิคุ้มกันต่ำหรือปกติ  ในยุคที่โรคเอดส์ระบาด ผู้ป่วยเอดส์ที่ติดเชื้อB. henselae และ B. quintana ป่วยเป็นโรค bacillary angiomatosis และมีรอยโรคที่ผิวหนัง เนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง  กระดูก  บางรายที่ติดเชื้อ B. henselae ป่วยเป็นโรค bacillary peliosis ที่ตับและม้าม

แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 08 ตุลาคม 2013 เวลา 11:05 น.
อ่านเพิ่มเติม...
 
การส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการณ์เพื่อการวินิจฉัยโรคข้อ : พญ.ปารวี สุวรรณาลัย PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Admin (CME)   
วันอังคารที่ 08 ตุลาคม 2013 เวลา 10:57 น.

โรคข้อทางอายุรกรรม ที่อายุรแพทย์ทั่วไปต้องรู้จักและให้การรักษาได้คือ โรคข้ออักเสบติดเชื้อและข้ออักเสบจากผลึก ส่วนโรคข้อที่ควรรู้จักและอาจให้การรักษาเบื้องต้นก่อนพิจารณาส่งต่อคือ ข้ออักเสบรูมาตอยด์ ข้ออักเสบสะเก็ดเงิน ข้อกระดูกสันหลังอักเสบ และข้ออักเสบจากโรคลูปัส

แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 08 ตุลาคม 2013 เวลา 11:01 น.
อ่านเพิ่มเติม...
 
« เริ่มแรกย้อนกลับ12ถัดไปสุดท้าย »

หน้า 1 จาก 2
December 2018
M T W T F S S
26 27 28 29 30 1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31 1 2 3 4 5 6
 
Follow us on
 
      

© 2011-2018 THE ROYAL COLLEGE OF PHYSICIANS OF THAILAND (RCPT) All right reserved
View counter stats