ศึกษาต่อเนื่อง CME Interesting Conferences Clinical Drug use in Epilepsy : พญ.ศศิวิมล โฆษชุณหนัน
Clinical Drug use in Epilepsy : พญ.ศศิวิมล โฆษชุณหนัน PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Admin (CME)   
วันอังคารที่ 08 ตุลาคม 2013 เวลา 11:12 น.

หลักการให้การกันชักในผู้ป่วยโรคลมชักนั้น มีจุดประสงค์เพื่อควบคุมอาการและจำนวนการชักให้ลดลงหรือไม่ให้เกิดอาการชักเลย การให้ยานั้นพิจารณาจากอาการชัก (seizure type) กลุ่มอาการชัก (epilepsy syndrome)ประสิทธิภาพของยา กลไกการออกฤทธิ์ ราคา ผลข้างเคียงของยาและโรคที่ผู้ป่วยเป็นอยู่ โดยพิจารณาให้ยาตัวเดียว(monotherapy)ก่อน หากไม่ได้ผลจึงให้ยาตัวที่สอง และเมื่อเพิ่มขนาดจนสามารถควบคุมอาการชักได้แล้วจึงค่อยๆ พิจารณาถอนยาตัวเดิมออก กรณีที่ต้องใช้ยากันชักมากกว่าสองตัวร่วมกัน (combined therapy) ควรพิจารณายาที่มีกลไกการออกฤทธิ์ที่แตกต่างกันและที่สำคัญควรระวังเรื่องปฎิกิริยา (drug interaction) ของยากันชักกับยาอื่นๆ ที่ผู้ป่วยใช้ร่วมด้วย สิ่งอื่นๆ ที่ควรรู้เพิ่มเติมคือการให้ยา sodium valpoate ในหญิงวัยเจริญพันธ์นั้นควรระลึกถึงโอกาสการเกิดผลแก่ทารกในครรภ์(teratogenic effect) การใช้ยา carbamazepine นั้นพิจารณาชนิดที่เป็น controlled release จะดีกว่า นอกจากนี้การให้ยากันชักบางตัวในอาการชักหรือกลุ่มโรคลมชักบางขนิด ต้องระมัดระวังเช่น การให้ยา carbamazepine และ phenytoin ในกลุ่มโรคลมชักชนิด absence และ myoclonic นั้นจะทำให้เกิดอาการของโรคมากขึ้น การให้ยาlamotrigine จะเพิ่มการชักใน myoclonic ได้

Clinical Drug use in Epilepsy

บทความจากการประชุมวิชาการสัญจร ครั้งที่ 23 ณ โรงพยาบาลลำปาง

แพทย์หญิงศศิวิมล โฆษชุณหนันท์ โรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่ กรมการแพทย์

หลักการให้การกันชักในผู้ป่วยโรคลมชักนั้น มีจุดประสงค์เพื่อควบคุมอาการและจำนวนการชักให้ลดลงหรือไม่ให้เกิดอาการชักเลย  การให้ยานั้นพิจารณาจากอาการชัก (seizure type)  กลุ่มอาการชัก (epilepsy syndrome) ประสิทธิภาพของยา กลไกการออกฤทธิ์ ราคา ผลข้างเคียงของยาและโรคที่ผู้ป่วยเป็นอยู่  โดยพิจารณาให้ยาตัวเดียว(monotherapy)ก่อน หากไม่ได้ผลจึงให้ยาตัวที่สอง และเมื่อเพิ่มขนาดจนสามารถควบคุมอาการชักได้แล้วจึงค่อยๆ พิจารณาถอนยาตัวเดิมออก กรณีที่ต้องใช้ยากันชักมากกว่าสองตัวร่วมกัน (combined therapy) ควรพิจารณายาที่มีกลไกการออกฤทธิ์ที่แตกต่างกันและที่สำคัญควรระวังเรื่องปฎิกิริยา (drug interaction) ของยากันชักกับยาอื่นๆ ที่ผู้ป่วยใช้ร่วมด้วย สิ่งอื่นๆ ที่ควรรู้เพิ่มเติมคือการให้ยา sodium valpoate ในหญิงวัยเจริญพันธ์นั้นควรระลึกถึงโอกาสการเกิดผลแก่ทารกในครรภ์(teratogenic effect)   การใช้ยา carbamazepine นั้นพิจารณาชนิดที่เป็น controlled release จะดีกว่า นอกจากนี้การให้ยากันชักบางตัวในอาการชักหรือกลุ่มโรคลมชักบางขนิด ต้องระมัดระวังเช่น การให้ยา carbamazepine และ phenytoin ในกลุ่มโรคลมชักชนิด absence และ myoclonic นั้นจะทำให้เกิดอาการของโรคมากขึ้น   การให้ยาlamotrigine จะเพิ่มการชักใน myoclonic ได้

การเลือกใช้ยากันชัก

1. Broad-Spectrum Agents: Valproate, Felbamate, Lamotrigine, Topiramate, Zonisamide,

Levetiracetam, Rufinamide,Vigabatrin

2. Narrow-Spectrum Agents:

2.1    Partial onset seizures: Phenytoin Carbamazepine Oxcarbazepine Gabapentin

Pregabalin Tiagabine Lacosamide

2.2    Absence : Ethosuximide

สรุป การให้ยากันชักนั้นต้องพิจารณาเป็นรายบุคคลและที่สำคัญที่สุดผู้ป่วยต้องมารับการรักษาอย่างต่อ เนื่องและสม่ำเสมอ  เมื่อไม่สามารถคุมอาการชักได้ด้วยยากันชักมากกว่าสองตัวโดยได้รับยาในขนาดที่เหมาะสมแล้ว( Refractory epilepsy) ให้พิจารณาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านลมชักต่อไป

Reference: 1. Diagnosis and management of the epilepsies in adults and children: summary of

updated NICE guidance. BMJ2012;344:e281

2. ILAE Treatment Guidelines: Evidence-based Analysis of Anitepileptic Drug Efficacy and Effectiveness as Initial Monotherapy for Epileptic Seizures and Syndromes by Glauser, Ben-Menachem, Bourgeois, Cnaan, Chadwick, Guerreiro, Kälviäinen, Mattson,Perucca and Tomson. Epilepsia 47(7):1-27,2006

โจทย์

1.

แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 08 ตุลาคม 2013 เวลา 11:30 น.
 
December 2018
M T W T F S S
26 27 28 29 30 1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31 1 2 3 4 5 6
 
Follow us on
 
      

© 2011-2018 THE ROYAL COLLEGE OF PHYSICIANS OF THAILAND (RCPT) All right reserved
View counter stats