ข้อมูลเกี่ยวกับองค์กร

 

ประวัติโดยย่อราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย

 

ปี พ.ศ. 2526 ก่อตั้งวิทยาลัยอายุรแพทย์

ปี พ.ศ. 2528 เป็นราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ในพระบรมราชูปถัมภ์

ปี พ.ศ. 2529 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์

ปี พ.ศ. 2531 ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ กรุงลอนดอน ถวายตำแหน่งกิตติมศักดิ์แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ปี พ.ศ. 2534 สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ทรงรับเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์

ปี พ.ศ. 2538 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ทรงรับเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์

ปี พ.ศ. 2539 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ทรงรับเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์

ปี พ.ศ. 2539 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงรับเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์

ปี พ.ศ. 2539 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงเป็นองค์ประธานเปิดการประชุมวิชการประจำปีนานาชาติของราชวิทยาลัย เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวโรกาสปีกาญจนภิเษกในหัวข้อ Geriatric Medicine

ปี พ.ศ. 2540 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงรับเป็นองค์ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์

 

ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย

(ความเป็นมา การพัฒนา และบทบาทการศึกษาหลังปริญญาของอายุรแพทย์)

อายุรศาสตร์เป็นศาสตร์ดั้งเดิมของกิจการแพทย์ไทย สมัยก่อนผู้เชี่ยวชาญทางสาขาวิชานี้ได้ร่ำเรียนจากต่างประเทศ จนกระทั่งแพทยสภาได้กำหนดให้มีการฝึกอบรมและสอบผู้มีความรู้ความชำนาญสาขาวิชาอายุรศาสตร์ในประเทศไทยขึ้นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2513 หลังจากนั้นจำนวนผู้เข้าฝึกอบรมและสอบก็เพิ่มมากขึ้นตามลำดับจนถึงปัจจุบันมีผู้สมัครสอบปีละประมาณ 180 คน นับว่าเป็นสาขาวิชาที่ที่มีผู้เชี่ยวชาญมาก และมีผลงานที่มีประโยชน์ต่อประชาชนและวิชาชีพ เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปทั้งในและต่างประเทศ

คณาจารย์ทางอายุรศาสตร์ มีความประสงค์อย่างแรงกล้าที่จะพัฒนาการศึกษา การวิจัยการเผยแพร่ความรู้และความสัมพันธ์ในมวลสมาชิก จึงได้พยายามจัดตั้งราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทยมานาน และกระทำได้สำเร็จและก่อตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2526 โดยได้รับการรับรองจากแพทยสภาซึ่งสมัยนั้น ผู้ที่มีบทบาทมากในการจัดตั้งได้แก่ นายแพทย์รจิต บุรี ซึ่งเป็นประธานคณะอนุกรรมการฝึกอบรมและสอบฯ และนายแพทย์อดุลย์ วิริยเวชกุล เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ ร่วมกับอนุกรรมการอีก 7 ท่าน คือนายแพทย์วีกิจ วีรานุวัตติ์, นายแพทย์กมล สินธวานนท์, นายแพทย์ชาญ สถาปนกุล, นายแพทย์วิศิษฎ์ สิตปรีชา, นายแพทย์อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ, นายแพทย์สมพนธ์ บุณยคุปต์ และแพทย์หญิงท่านผู้หญิงศรีจิตรา บุนนาค

หน้าที่ของราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ ที่กำหนดไว้เป็นทางการมี 11 ข้อดังนี้

1. ดำเนินการตามที่ได้รับมอบหมายจากแพทยสภาในการจัดการสอบเพื่อเป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมทางอายุรศาสตร์ 

2. กำหนดและควบคุมมาตรฐานทางวิชาการในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมของอายุรแพทย์ในประเทศไทย รวมทั้งควบคุมดูแลความประพฤติและจริยธรรมในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมของสมาชิก

3. ส่งเสริมการศึกษา การวิจัยและแนะแนววิชาการทางอายุรศาสตร์

4. จัดการประชุมทางวิชาการ การศึกษาต่อเนื่องและกิจกรรมต่าง ๆ สำหรับสมาชิก

5. เป็นศูนย์กลางการติดต่อและแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการและกิจกรรมอื่น ๆ กับสมาคมหรือชมรมต่าง ๆ ในวิชาชีพเวชกรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ

6. ส่งเสริมและผดุงเกียรติของสมาชิก

7. ส่งเสริมและสร้างความเข้าใจอันดีงามและความสามัคคีในกลุ่มอายุรแพทย์ระหว่างอายุรแพทย์กับแพทย์สาขาวิชาอื่นทั้งในประเทศและต่างประเทศ

8. จัดหาทุนและผลประโยชน์อื่น ๆ เพื่อใช้ในกิจกรรมตามวัตถุประสงค์ของวิทยาลัยรวมทั้งเพื่อการศึกษา และการวิจัยในทางอายุรศาสตร์ และศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง

9. เผยแพร่ความรู้ทางอายุรศาสตร์อันจะเป็นประโยชน์แก่ประชาชนและแก่วิชาชีพเวชกรรม

10. ออกระเบียบต่าง ๆ ของราชวิทยาลัย ทั้งนี้โดยไม่ขัดกับพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรมและข้อบังคับของแพทยสภา

11. รายงานกิจกรรมต่าง ๆ ต่อแพทยสภาเป็นครั้งคราวและเป็นประจำปี


 
เมื่อเริ่มก่อตั้งมีสมาชิก 681 ท่าน (ปัจจุบันในต้นปี 2545 มีสมาชิก 2,500 ท่าน) จากทุกภูมิภาคของประเทศ คณะผู้บริหารวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ ชุดแรกประกอบด้วย

ประธาน                                          นายแพทย์วีกิจ วีรานุวัตติ์

รองประธาน                                    นายแพทย์กมล สินธวานนท์

เลขาธิการ                                        นายแพทย์อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ

เหรัญญิก                                         นายแพทย์พินิจ กุลละวณิชย์

ประธานวิชาการ                               นายแพทย์วิศิษฏ์ สิตปรีชา

ปฏิคม                                              นายแพทย์มุกดา ตฤษณานนท์

นายทะเบียน                                     นายแพทย์สงคราม ทรัพย์เจริญ

กรรมการกลาง                                  นายแพทย์ชาญ สถาปนกุล

กรรมการกลาง                                  นายแพทย์ชัยเวช นุชประยูร

กรรมการกลาง                                   แพทย์หญิงคุณหญิงศรีจิตรา บุนนาค

กรรมการกลาง                                   นายแพทย์รจิต บุรี

กรรมการกลาง                                   นายแพทย์สันต์ หัตถีรัตน์

กรรมการกลาง                                    แพทย์หญิงคุณสุภา ณ นคร

 กรรมการกลาง                                   นายแพทย์สมพนธ์ บุณยคุปต์

กรรมการกลาง                                    แพทย์หญิงอุไรวัณณ์ คชาชีวะ

 

กิจการของราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทยได้เจริญก้าวหน้า เป็นอย่างมากจนถึง พ.ศ. 2528 วิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมทรงรับวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทยไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ และพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้ชื่อ “ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย” ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 7 พฤศจิกายน 2528

ต่อมาในปี พ.ศ. 2529 ราชวิทยาลัยฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ผู้บริหารเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายครุยกิตติมศักดิ์แด่ พระบาทสมาเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นสมาชิกราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทยเป็นพระองค์แรก และเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2534 สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ได้พระราชทานพระราชวโรกาสให้คณะกรรมการบริหารราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทยเข้าเฝ้าทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสมาชิกกิตติมศักดิ์ของราชวิทยาลัยเป็นพระองค์ที่ 2 ต่อมาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงรับเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ของราชวิทยาลัยอีกพระองค์หนึ่ง แต่คณะกรรมการบริหารยังไม่ได้เข้าเฝ้าถวายพระอภิไธยสมาชิกราชวิทยาลัยฯ พระองค์ท่านก็เสด็จสวรรคตเสียก่อน ต่อมาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร, สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารีทรงรับเป็นสมาชิกราชวิทยาลัยเมื่อ พ.ศ. 2538, 2539 และ 2539 ตามลำดับ นับเป็นเกียรติสูงสุดและเป็นพระเมตตาที่พระราชทานแก่ราชวิทยาลัยฯ มวลสมาชิกรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นเกล้าล้นกระหม่อมหาที่สุดมิได้และเป็นกำลังใจ เป็นสิ่งกระตุ้นเตือนให้สมาชิกของราชวิทยาลัยให้ประกอบคุณงามความดีตามรอยพรยุคลบาทและเป็นการถวายความจงรักภักดีแด่พระองค์ท่านสืบต่อไป

 

ผลงานของราชวิทยาลัยอายุรแพทย์มีมากและพอที่จะสรุปได้ดังนี้

1. วิชาการ ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ ได้เป็นแกนกลางในการให้การศึกษาการฝึกอบรมและสอบผู้เชี่ยวชาญทางอายุรศาสตร์ให้แพทยสภา โดยการจัดการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน, เฟลโลว์ สาขาอายุรศาสตร์ทั่วไปและอนุสาขาอีก 6 สาขา ได้แก่ โลหิตวิทยา, ประสาทวิทยา, ตจวิทยา, หทัยวิทยา, โรคระบบการหายใจ และโรคไต จัดการฝึกอบรมและสอบเอง 6 อนุสาขา ได้แก่ โรคระบบทางเดินอาหาร, โรคข้อ, โรคติดเชื้อ, โรคต่อมไร้ท่อ, โรคมะเร็ง, โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันทางคลินิก นอกจากนี้ยังส่งเสริมกิจกรรมทางวิชาการของอนุสาขาอีก 18 สาขา ซึ่ง ได้แก่

1. สาขาโรคหัวใจ

2. สาขาโรคไต

3. สาขาโรคระบบทางเดินหายใจ

4. สาขาโรคติดเชื้อและอายุรศาสตร์เขตร้อน

5. สาขาโรคระบบทางเดินอาหาร

6. สาขาประสาทวิทยา

7. สาขาตจวิทยาและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

8. สาขาโลหิตวิทยา

9. สาขาระบาดวิทยา

10. สาขาวิชาต่อมไร้ท่อและเมตบอลิสม

11. สาขาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม

12. สาขาโรคข้อและรูมาติซั่ม

13. สาขาโภชนวิทยาคลินิก

14. สาขาโรคผู้สูงอายุ

15. สาขาพิษวิทยาและเภสัชวิทยาคลินิก

16. สาขาอิมมูโนวิทยาและคลินิกและภูมิแพ้

17. สาขาเมดิคอล อองโคโลจี่

18. สาขาพันธุศาสตร์คลินิก

ราชวิทยาลัยฯ ยังเป็นที่ปรึกษาทางวิชาการเกี่ยวกับอายุรศาสตร์ในประเทศไทยโดยการเสนอความเห็นผ่านองค์กรต่าง ๆ เช่น แพทยสภา ตามการณ์และคำร้องขอ

สำหรับสมาชิกราชวิทยาลัยฯ ได้จัดการประชุมวิชาการประจำปี และการฝึกอบรมกลางปีทุกปีซึ่งได้รับการตอบสนองอย่างดีจากสมาชิกจนต้องขยายกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดมา นอกจากนี้ ราชวิทยาลัยฯ ยังได้จัดทำวารสารอายุรศาสตร์และสารราชวิทยาลัยฯ เพื่อแจกจ่ายแก่สมาชิกและผู้สนใจ

1. การพัฒนาบริการด้านอายุรแพทย์ ราชวิทยาลัยฯ ได้จัดทำแผนกำลังอายุรแพทย์สำหรับประเทศไทยใน10 ปี ข้างหน้าเสนอต่อแพทยสภาเพื่อเป็นบรรทัดฐานในการผลิตการกระจายอายุรแพทย์ของประเทศไทยให้สอดคล้องต่อการเปลี่ยนแปลงทางการแพทย์และสังคมของประเทศ

2. การวิจัย ราชวิทยาลัยฯ ได้ส่งเสริมการวิจัยทางอายุรศาสตร์โดยเฉพาะเรื่องที่เป็นปัญหาของประเทศชาติ การ ดำเนินการกระทำโดยการส่งเสริมทุก ๆ ด้านรวมทั้งการให้ทุนในการทำวิจัยด้วย

3. การส่งเสริมความสามัคคีในกลุ่มอายุรแพทย์ ราชวิทยาลัยฯ ได้จัดให้มีการพบปะสังสรรค์ของมวลสมาชิกในทุกครั้งที่มีการจัดประชุมวิชาการปลายปี และในโอกาสอื่น ๆ ได้จัดให้มีทุนสำหรับแพทย์จากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและอายุรแพทย์ในส่วนภูมิภาค ได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมวิชาการประจำปีกับราชวิทยาลัยฯ ปีละ 5 ทุน ในแต่ละประเภท

4. การติดต่อประสานงานกับองค์กรในต่างประเทศ ราชวิทยาลัยฯ ได้ติดต่ออย่างใกล้ชิดกับราชวิทยาลัยอายุรแพทย์, สมาคมแพทย์ ในหลายประเทศ มีการแลกเปลี่ยนนักวิชาการ การประชุมร่วมกัน การเยี่ยมซึ่งกันและกันกับอายุรแพทย์ต่างประเทศ เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ให้เจริญขึ้น ในปี 2539 ราชวิทยาลัยได้จัดการประชุมนานาชาติ Geriatric Medicine เพื่อถวายพระเกียรติในวโรกาสกาญจนาภิเษกและได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จทรงเปิดงานและทรงบรรยาย นับเป็นเกียรติสูงสุดแก่ราชวิทยาลัยฯ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถทรงมีพระมหากรุณาธิคุณส่งเสริมกิจกรรมเหล่านี้ของราชวิทยาลัยตลอดมา และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้คณะกรรมการบริหารราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทยนำคณะกรรมการบริหารราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งกรุงลอนดอลเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายอภิไธยสมาชิกกิตติมศักดิ์ของราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ลอนดอน แด่ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2531 และใน พ.ศ. 2539 ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศออสเตรเลียได้เข้าเฝ้าถวายอภิไธยสมาชิกกิตติมศักดิ์ของราชวิทยาลัอายุรแพทย์แห่งประเทศออสเตรเลเซี่ยนแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมหาที่สุดมิได้ ความสัมพันธ์ระหว่างราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ ทั้งสามได้กระชับให้แนบแน่นยิ่งขึ้น อันจะก่อประโยชน์แก่สมาชิกทุกฝ่าย

ในปี พ.ศ. 2542 ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ ได้จัดการประชุมวิชาการประจำปี ครั้งที่ 15 เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ เป็นอีกวาระหนึ่ง ที่ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จทรงเปิดงานและทรงบรรยาย

ในปี พ.ศ. 2543 ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทยได้จัดการประชุมร่วมกับราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งออสเตรเลียเซี่ยน ใช้ชื่องานว่า Fist Joint Scientific Meeting RACP/RAPT ในประเทศไทย การเชื่อมความสัมพันธ์ไมตรีอันดีระหว่างสองราชวิทยาลัยสองประเทศได้สืบเนื่อง จนในปี 2545 ได้จัดงานร่วมกันอีกครั้ง ใช้ชื่องานว่า Second Joint Meeting RACP/RCPT ในประเทศออสเตรเลีย

การดำเนินการข้างต้นสำเร็จได้ด้วยความร่วมมือของสมาชิกราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ โดยมีคณะกรรมการบริหารราชวิทยาลัยเป็นผู้ประสานงาน นอกจากนี้ยังมีผู้แทนของราชวิทยาลัยประจำทั้ง 12 เขตสาธารณสุข รับภาระการบริหารจัดการด้วย

บัดนี้ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย มีอายุ 18 ปีเศษ สมาชิกผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนมาก ผู้อุทิศตนแก่กิจกรรมต่าง ๆ ของราชวิทยาลัยเป็นจำนวนมาก ยังผลให้กิจการราชวิทยาลัยฯ เจริญเติบโตมาตราบเท่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้และด้วยปณิธานอย่างแรงกล้าของหมู่สมาชิก ก็เป็นที่หวังได้ว่าราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทยจะเจริญก้าวหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนคนไทยสืบต่อไป

 

วิสัยทัศน์
เป็นองค์กรอายุรแพทย์มาตรฐานสากล เพื่อประโยชน์สูงสุดของสังคม ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ

 

พันธกิจ
ราชวิทยาลัยแห่งนี้ มีวัตถุประสงค์ ปฏิบัติการให้บรรลุวัตถุประสงค์ของแพทยสภา ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 ทั้งนี้ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับอายุรศาสตร์ ราชวิทยาลัยฯจึงกำหนดพันธกิจไว้ดังนี้
1. จัดระบบการฝึกอบรมและสอบเพื่อสร้างอายุรแพทย์ที่มีความรู้ความสามารถ
2. จัดระบบการศึกษาต่อเนื่อง รวมทั้งการต่ออายุหนังสืออนุมัติ/วุฒิบัตร (recertification)
3. ส่งเสริมสนับสนุนแพทยศาสตร์ศึกษาและการวิจัย
4. เสริมสร้างจรรยาแพทย์และจริยธรรม
5. ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลาง ติดต่อและแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการและกิจกรรมอื่นๆ กับสมาคมหรือชมรมต่างๆ ในวิชาชีพเวชกรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ
6. ส่งเสริมและผดุงเกียรติของสมาชิก
7. ส่งเสริม, สร้างความสัมพันธ์อันดีงามและความสามัคคีในกลุ่มอายุรแพทย์ ระหว่างอายุรแพทย์กับแพทย์สาขาวิชาอื่น ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
8. เผยแพร่ความรู้ทางการแพทย์แก่ประชาชน
9. เสนอแนะและชี้นำด้านการแพทย์และสาธารณสุขแก่รัฐ องค์กรอื่นๆ และสังคม

 

คำขวัญ
"อายุรศาสตร์มาตรฐาน วิทยาการคู่คุณธรรม ชี้นำสังคม"

 

ยุทศาสตร์การพัฒนาอายุรศาสตร์ไทย
การพัฒนาอายุรศาสตร์ไทยประกอบด้วยยุทธศาสตร์การดำเนินงานที่สำคัญ 3 ประการ ได้แก่

1. การพัฒนาเครือข่ายและบทบาทต่อสังคมโดยรวม ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
2. การพัฒนาระบบการประเมินผลและเครือข่ายการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านอายุรศาสตร์
3. การพัฒนากลไกให้เอื้อต่อการธำรงสภาพการประกอบวิชาชีพอายุรแพทย์

 

 
  ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย
อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี ชั้น 7 เลขที่ 2 ซอยศูนย์วิจัย ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310 โทรศัพท์ : 0-2716-6744 โทรศัพท์มือถือ : 08-1450-4719, 08-9139-4555 แฟกซ์ : 0-2718-1652 อีเมล์ : rcpt@asianet.co.th และ rcptmail@gmail.com
Copyright © 2006. Allrights reserved. The Royal College of Physician of Thailand (RCPT). View counter stats